รีวิวนั่งรถไฟไปลาว ตู้นอนชั้น 2: กรุงเทพอภิวัฒน์ – คำสะหวาด ขบวนตรงถึงเวียงจันทน์

รีวิววิธีนั่งรถไฟไปลาวขบวนตรง กรุงเทพอภิวัฒน์-สถานีคำสะหวาด (เวียงจันทน์)

รีวิว นั่งรถไฟจากไทยไปเที่ยวลาว กรุงเทพอภิวัฒน์ – คำสะหวาด สัมผัสประสบการณ์ตู้นอนชั้น 2 ข้ามประเทศ

การเดินทางไปเที่ยว สปป.ลาว ในปัจจุบันนั้นสะดวกสบายและมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากการนั่งเครื่องบินหรือการนั่งรถบัสข้ามชายแดนแล้ว ตอนนี้เรายังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังฮิตสุดๆ และได้ซึมซับบรรยากาศแบบเต็มอิ่ม นั่นคือ “การนั่งรถไฟจากไทยไปลาว” ข้ามประเทศแบบยิงยาว โดยเริ่มต้นจาก สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มุ่งหน้าสู่ สถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายใหม่ที่เปิดโลกการเดินทางสุดคลาสสิก บทความนี้เราจะมารีวิวการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนชั้น 2 ว่าจะสะดวกสบาย น่าตื่นเต้น และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง พร้อมแล้วเตรียมเก็บกระเป๋าได้เลย!

วิธีการจองตั๋วและราคาตั๋วรถไฟ ไทย-ลาว

สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์นั่งรถไฟไปเที่ยวเวียงจันทน์ สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (D-Ticket) โดยเลือกสถานีต้นทางคือ “กรุงเทพอภิวัฒน์” และสถานีปลายทางคือ “เวียงจันทน์ (คำสะหวาด)” อัตราค่าโดยสารมีให้เลือก 4 รูปแบบ ตามความสะดวกและงบประมาณของคุณ ได้แก่:

  • รถนั่งชั้น 3 (พัดลม): ราคา 281 บาท (เหมาะสำหรับสายประหยัด)

  • รถนั่งชั้น 2 (ปรับอากาศ): ราคา 574 บาท

  • รถนอนชั้น 2 (ปรับอากาศ) เตียงบน: ราคา 784 บาท

  • รถนอนชั้น 2 (ปรับอากาศ) เตียงล่าง: ราคา 874 บาท

? ทริคแนะนำ: เนื่องจากการเดินทางใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมง แนะนำให้จอง “ตู้นอนชั้น 2” เพราะคุณสามารถนอนหลับพักผ่อนได้เต็มอิ่มตลอดคืน ตื่นมาพร้อมลุยเที่ยวเวียงจันทน์ได้ทันทีแบบไม่เพลีย

สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ตารางเวลาเดินทางและการเตรียมเอกสาร

  • ขาไป: รถไฟออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 21:25 น. และเดินทางถึงสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เวลา 09:05 น.

  • ขากลับ: ออกจากสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เวลา 18:35 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 07:30 น.

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางทริปนี้คือ หนังสือเดินทาง (Passport) เพราะเราจะต้องใช้ในการทำเรื่องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว

รีวิวบรรยากาศ สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟตู้นอนชั้น 2

เมื่อเดินขึ้นมาบนขบวนรถไฟตู้นอนชั้น 2 จะพบว่าการจัดสรรพื้นที่ทำได้ค่อนข้างดี โดย 1 ล็อกจะประกอบไปด้วยที่นอน 4 เตียง (เตียงบน 2 และเตียงล่าง 2) หากคุณมาเป็นแก๊ง 4 คนก็สามารถเหมาล็อกนอนด้วยกันได้เลยแบบส่วนตัว

สิ่งอำนวยความสะดวกบนขบวนรถ:

  • ความเป็นส่วนตัว: มีผ้าม่านทึบกั้นให้ทุกเตียง

  • อุปกรณ์การนอน: มีผ้าห่มและหมอนที่ซีลพลาสติกมาอย่างดี สะอาดและหอม

  • ระบบไฟ: มีปลั๊กไฟให้ใช้งาน (มี 4 จุดต่อ 1 ล็อก) พร้อมไฟอ่านหนังสือส่วนตัวที่หัวเตียง

  • การเก็บของ: มีพื้นที่วางสัมภาระด้านบน และตะขอแขวนเสื้อผ้า

⚠️ คำเตือนที่ควรรู้: แอร์บนรถไฟตู้นอนขบวนนี้ “หนาวมาก” แนะนำให้เตรียมเสื้อกันหนาวหรือเสื้อแขนยาวติดตัวมาด้วย และหากใครตื่นมาแล้วหิวในช่วงเช้า ในตู้ขบวนตู้นอนจะไม่มีพนักงานเดินขายอาหาร คุณอาจจะต้องเดินไปหาซื้อที่ตู้เสบียงหรือเตรียมเสบียงเล็กๆ น้อยๆ ติดกระเป๋าไว้

ขั้นตอนการผ่านด่าน ตม. ข้ามประเทศ (หนองคาย – คำสะหวาด)

การนั่งรถไฟข้ามประเทศมีขั้นตอนการผ่านด่านที่ง่ายและไม่ซับซ้อน โดยแบ่งเป็น 2 จุดหลักๆ ดังนี้:

  1. ด่าน ตม. ขาออกจากไทย (สถานีหนองคาย): เมื่อรถไฟเดินทางมาถึงสถานีหนองคายในช่วงเช้า ผู้โดยสารทุกคนจะต้องลงจากขบวนรถเพื่อไปประทับตราพาสปอร์ตออกจากประเทศไทย โดยไม่จำเป็นต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ลงไปด้วย ให้นำไปแค่พาสปอร์ตและของมีค่าติดตัว เมื่อผ่าน ตม. เสร็จแล้ว รถไฟจะเปลี่ยนหัวรถจักรและมารับเราเพื่อข้ามแม่น้ำโขง

  2. ด่าน ตม. ขาเข้าลาว (สถานีคำสะหวาด): เมื่อถึงฝั่งลาว เราจะต้องทำเรื่องผ่าน ตม. ขาเข้าประเทศ แนะนำให้เตรียมปากกาส่วนตัวมาเพื่อความรวดเร็วในการกรอกใบขาเข้า และต้องเตรียมเงินสด 20 บาทไทย สำหรับจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมผ่านด่าน

ถึงเวียงจันทน์แล้ว เดินทางเข้าเมืองอย่างไร?

สถานีรถไฟเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เป็นสถานีที่สร้างใหม่ มีความสะอาด กว้างขวาง ภายในสถานีมีบริการครบครัน ทั้งจุดแลกเงิน, ร้านขายซิมการ์ดโทรศัพท์ และร้านกาแฟ ส่วนการเดินทางเข้าตัวเมืองเวียงจันทน์ก็มีคิวรถแท็กซี่และรถบัสให้บริการ หากมากันเป็นกลุ่มสามารถเหมารถแท็กซี่เข้าเมืองได้ในราคาประมาณ 400 บาท (หาร 4 คน ตกคนละ 100 บาท) ใช้เวลาเดินทางเข้าตัวเมืองเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น

[my_related]

แจกพิกัดที่เที่ยวเวียงจันทน์ ฉบับนั่งรถไฟมาถึงก็เที่ยวได้เลย

เมื่อเข้าเมืองและเก็บสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย การเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวถือเป็นทางเลือกที่สะดวกและราคาประหยัด (ค่าเช่าประมาณ 130,000 กีบ หรือราว 200 บาท) โดยมีแลนด์มาร์คเด่นๆ ที่ห้ามพลาด ได้แก่:

  • พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ (Pha That Luang): สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ สปป.ลาว ที่ปรากฏอยู่ในตราแผ่นดินและธนบัตร องค์พระธาตุสีทองอร่ามงดงามมาก ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติอยู่ที่ 30,000 กีบ (แนะนำให้แต่งกายสุภาพ ห้ามใส่กางเกงขาสั้น)

  • วัดศรีเมือง (Wat Si Muang): เป็นวัดที่เป็นที่ตั้งของ “เสาหลักเมือง” เวียงจันทน์ ที่นี่มีตำนานความเชื่อเรื่อง “แม่ศรีเมือง” หญิงสาวท้องแก่ที่ยอมสละชีวิตกระโดดลงไปในหลุมเสาหลักเมืองเพื่อปกปักรักษาเมืองเอาไว้ ปัจจุบันผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรในเรื่องของการงานและการเงินอย่างเนืองแน่น

  • ประตูไซ (Patuxay): อนุสาวรีย์ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางวงเวียน เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาเยือนเวียงจันทน์ต้องแวะมาเช็คอิน

บทสรุปส่งท้าย

การเดินทางด้วยการ นั่งรถไฟจากไทยไปลาว เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ – คำสะหวาด เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุ้มค่า ได้เปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางให้ช้าลงและคลาสสิกยิ่งขึ้น ตัวตู้นอนชั้น 2 มีความสะดวกสบาย นอนหลับพักผ่อนได้เต็มอิ่ม แถมขั้นตอนการผ่านแดนก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เวียงจันทน์เป็นเมืองที่เที่ยวง่าย ผู้คนน่ารัก สื่อสารด้วยภาษาที่คล้ายคลึงกับบ้านเรา ใครที่กำลังมองหาทริปต่างประเทศใกล้ๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ การนั่งรถไฟไปเที่ยวลาวถือเป็นตัวเลือกที่คุณต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง!

About ทองมา ณ นครพนม 74 Articles
สวัสดีครับ ผม ทองมา ผู้ก่อตั้ง NKPGuide.com และ เพจนครพนมบ้านเฮา ผมหลงใหลในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของนครพนม และตั้งใจสร้างเว็บนี้เพื่อเป็นคู่มือท่องเที่ยวที่ลึกและดีที่สุดสำหรับทุกคนที่จะมาเยือนเมืองแห่งนี้ครับ"