นครพนม เตรียมจัดใหญ่ “เทศกาลดอกไม้บานริมโขง” ดันการท่องเที่ยวสู่เมืองหลัก
เตรียมตัวพบกับความยิ่งใหญ่อลังการริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อจังหวัดนครพนมเตรียมผลักดันโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม กับ “เทศกาลดอกไม้บานที่ริมโขงนครพนม” ซึ่งจะเนรมิตพื้นที่ริมแม่น้ำโขงให้กลายเป็นสวนดอกไม้ที่สวยงามตระการตา โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับจังหวัดนครพนมจากการเป็นเพียง “เมืองรอง” ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวหลัก” ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ควรพลาดในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
ที่มาและจุดเริ่มต้นของการจัดเทศกาลดอกไม้บานนครพนม
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมการยางแห่งประเทศไทยนครพนม นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม เขต 2 และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เป็นประธานในการประชุมติดตามการพัฒนาด้านการเกษตร เพื่อรับทราบปัญหาและวางแนวทางส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดนครพนม
การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน นำโดย นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กว่า 20 หน่วยงาน รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่น อาทิ นายชาญชัย คำจำปา สส.เขต 4 นครพนม, นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต สส.นครพนม เขต 1, ดร.บุษกล ไชยต้นเทือก รองนายก อบจ.นครพนม และนายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ เลขานุการนายก อบจ.นครพนม ที่มาร่วมหารือเพื่อระดมสมองในการผลักดันโครงการต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริง
ไฮไลต์เด็ด: เนรมิตโดมดอกไม้นานาพรรณริมแม่น้ำโขง
สำหรับรูปแบบของงาน เทศกาลดอกไม้บานที่ริมโขงนครพนม นั้น มีแผนที่จะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่จังหวัดนครพนมมีสภาพอากาศเย็นสบายและมีทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดของปี โดยมีแนวคิดที่จะนำดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งดอกไม้ประจำถิ่นของไทย และดอกไม้เมืองหนาวจากต่างประเทศ มาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่
-
การจัดแสดงในรูปแบบโดม: เพื่อควบคุมอุณหภูมิและสร้างประสบการณ์การรับชมที่แปลกใหม่ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงามของดอกไม้ในมุมมองที่แตกต่างออกไป
-
ระยะเวลาการจัดงานยาวนาน: งานนี้ตั้งเป้าที่จะจัดต่อเนื่องยาวนานถึง 2-3 เดือน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตลอดช่วงฤดูหนาว ให้ทุกคนได้มีโอกาสมาสัมผัสความงามอย่างทั่วถึง
-
จุดเช็คอินแห่งใหม่: ผสมผสานความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ เข้ากับฉากหลังที่เป็นความสวยงามของสองฝั่งโขงไทย-ลาว กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่รับรองว่าจะต้องถูกใจสายคอนเทนต์อย่างแน่นอน

ต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ควบคู่ “เส้นทางสายศรัทธา”
ที่ผ่านมา จังหวัดนครพนมโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ “เส้นทางสายศรัทธา” ไม่ว่าจะเป็นการกราบสักการะองค์พระธาตุพนม องค์พญาศรีสัตตนาคราช หรือพระธาตุประจำวันเกิดตามอำเภอต่างๆ
แต่การริเริ่มจัดเทศกาลดอกไม้บานในครั้งนี้ นางมนพร เจริญศรี เน้นย้ำว่า เป็นการเปิดมิติใหม่ของ การเที่ยวนครพนม โดยนำแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเข้ามาผสมผสาน เพื่อสร้างความหลากหลายทางจินตนาการและประสบการณ์ให้กับผู้มาเยือน นักท่องเที่ยวจะไม่เพียงแค่มาทำบุญไหว้พระ แต่ยังได้พักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างงดงามริมแม่น้ำโขง ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน
มุ่งหน้าสร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
เป้าหมายสูงสุดของการจัดงานและการประชุมหารือในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การดึงดูดนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในจังหวัดนครพนมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นหลักที่เร่งขับเคลื่อน ได้แก่:
-
การพัฒนาแหล่งน้ำ: เพื่อรองรับการทำเกษตรกรรมตลอดทั้งปี ป้องกันปัญหาภัยแล้ง
-
ส่งเสริมการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ: เฟ้นหาอาชีพหลักด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง ทั้งสำหรับการบริโภคในประเทศและการส่งออก
-
กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่น เกิดการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างแท้จริง
เตรียมพร้อมต้อนรับ รมว.เกษตรฯ เพื่อผลักดันงบประมาณ
เพื่อให้แผนงานทั้งหมดสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครพนมกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลและจัดทำแผนงานเป็นโครงการ เพื่อเตรียมนำเสนอต่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีกำหนดการจะลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดนครพนมในเร็วๆ นี้ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามนโยบาย “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” ของพรรคเพื่อไทย
เทศกาลดอกไม้บานที่ริมโขงนครพนม จึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กชิ้นใหม่ที่จะดึงดูดเม็ดเงินและนักท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัด เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคการเกษตร ที่จะพลิกโฉมนครพนมให้ก้าวขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักระดับประเทศที่ใครๆ ก็ต้องหาโอกาสมาเยือนสักครั้งในชีวิต!
