เจาะลึก “พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า)” อาคารโคโลเนียลริมโขง รอยพระบาทแห่งประวัติศาสตร์
หากจะกล่าวว่าถนนสุนทรวิจิตรที่ทอดยาวขนานไปกับลำน้ำโขงในตัวเมืองนครพนม คือ “ถนนสายประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม” ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนอกจากคุณจะได้พบกับหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์และโบสถ์นักบุญอันนาหนองแสงแล้ว บนเส้นทางสายเดียวกันนี้ยังมีอัญมณีเม็ดงามทางสถาปัตยกรรมอีกหนึ่งแห่งซ่อนตัวอยู่อย่างสง่างาม นั่นคือ “พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า)”
อาคารตึกสองชั้นสีเหลืองมัสตาร์ดสลับขอบหน้าต่างสีเขียวที่ตั้งตระหง่านรับลมแม่น้ำโขงแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังสำหรับถ่ายรูปสไตล์วินเทจเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมความทรงจำอันยิ่งใหญ่ เป็นประจักษ์พยานแห่งการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และเป็นสถานที่ที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจที่สุด
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและการลงพื้นที่จริง เพื่อพาทุกท่านไปสัมผัสกับความงดงามและเรื่องราวเชิงลึกของจวนผู้ว่าฯ หลังเก่าแห่งนี้ในทุกมิติ
สถาปัตยกรรมฟรานโค-โคโลเนียล (Franco-Colonial Architecture) ที่ทรงคุณค่า
สิ่งแรกที่สะกดสายตาผู้มาเยือนคือรูปทรงของตัวอาคารที่ดูแปลกตาไปจากสถาปัตยกรรมไทยประเพณีทั่วไป จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) สร้างขึ้นในระหว่างปี พ.ศ. 2455 – 2457 (ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6) โดยฝีมือการออกแบบและก่อสร้างของช่างชาวเวียดนามที่มีความชำนาญ
-
อิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตก: ตัวอาคารเป็นสไตล์ เฟรนช์โคโลเนียล (French Colonial) หรือศิลปะตะวันตกแบบฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบอินโดจีน (Indochina) ในยุคนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการค้าขายบริเวณพรมแดนแม่น้ำโขง
-
การปรับตัวให้เข้ากับภูมิอากาศ (Tropical Design): แม้จะเป็นสไตล์ยุโรป แต่สถาปนิกได้ปรับรูปแบบให้เข้ากับสภาพอากาศเขตร้อนชื้นของประเทศไทย โดยการออกแบบให้เพดานสูงโปร่ง (High Celling) มีหน้าต่างและประตูซุ้มโค้ง (Arch) จำนวนมากรอบทิศทาง เพื่อให้อากาศถ่ายเทและเปิดรับลมเย็นจากแม่น้ำโขงได้ตลอดทั้งวัน
-
โครงสร้างที่ไร้เสาเข็ม: ความน่าทึ่งทางวิศวกรรมของอาคารหลังนี้คือ การก่อสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน โดย “ไม่มีการตอกเสาเข็ม” อาศัยความหนาของผนังอิฐและการเรียงตัวที่มีการคำนวณมาอย่างดีเยี่ยม ทำให้ตัวอาคารมีความแข็งแรงทนทาน ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่า 100 ปี

รอยพระบาทแห่งประวัติศาสตร์: สถานที่ประทับแรมอันสูงสุด
ความสำคัญและถือเป็นความน่าเชื่อถือ (Authoritativeness) สูงสุดของอาคารหลังนี้ ไม่ใช่แค่ความสวยงามทางสถาปัตยกรรม แต่คือเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498
ในห้วงเวลานั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นครั้งแรก ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ มาประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดไม่ได้ของพสกนิกรชาวนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงที่มารอรับเสด็จเต็มสองฝั่งถนน ปัจจุบัน ภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการอนุรักษ์ “ห้องประทับแรม” พร้อมด้วยเตียงนอน โต๊ะทรงงาน และเครื่องเรือนต่างๆ ไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

เจาะลึกนิทรรศการ “ภาพเล่าเรื่องเมืองนครพนม”
ในปี พ.ศ. 2550 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) เป็นโบราณสถานของชาติ และต่อมาทางจังหวัดได้บูรณะปรับปรุงพื้นที่ภายในให้กลายเป็น “พิพิธภัณฑ์” ที่มีชีวิต โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นโซนต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้:
-
โซนนิทรรศการรอยพระบาท (The Royal Visit): จัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์หาชมยาก เมื่อครั้งที่ทั้งสองพระองค์เสด็จประพาสเมืองนครพนม รวมถึงเรื่องราวสุดประทับใจของ “ยายตุ้ม จันทนิตย์” หญิงชราวัย 102 ปี ที่มารอเฝ้ารับเสด็จพร้อมดอกบัวสายสีชมพู 3 ดอก จนกลายเป็นภาพ “ดอกไม้แห่งหัวใจ” ที่คนไทยทั้งประเทศรู้จัก
-
โซนประวัติศาสตร์และการก่อสร้าง (Building History): เรียนรู้ขั้นตอนการก่อสร้างตึกโคโลเนียลแบบไร้เสาเข็ม ชมเครื่องเรือนโบราณ โคมไฟ และพื้นกระเบื้องลวดลายคลาสสิกที่ถูกอนุรักษ์ไว้ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
-
โซนพหุวัฒนธรรมและชนเผ่า (Cultural Diversity): นครพนมเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โซนนี้จะนำเสนอวิถีชีวิต การแต่งกาย และประเพณีของชนเผ่าต่างๆ เช่น ชาวผู้ไท (ภูไท), แสก, โส้, กะเลิง, ไทยข่า และไทยอิสาน
-
โซนตำนานไหลเรือไฟ (Illuminated Boat Procession): จัดแสดงประวัติความเป็นมาของประเพณีไหลเรือไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อธิบายคติความเชื่อเรื่องการบูชารอยพระพุทธบาทและพญานาคแห่งลุ่มน้ำโขง
มุมถ่ายภาพยอดฮิต สไตล์วินเทจ (Experience Guide)
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ อาคารจวนผู้ว่าฯ หลังเก่าคือสตูดิโอขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของยุคสมัย (Nostalgia) แนะนำให้เตรียมชุดสไตล์วินเทจ หรือชุดผ้าไทยพื้นเมืองมาถ่ายรูปตามจุดเหล่านี้:
-
ซุ้มประตูโค้งด้านหน้า (The Archways): ยืนโพสท่าบริเวณระเบียงชั้นล่างที่มีซุ้มประตูเรียงราย แสงเงาที่ตกลงมาในช่วงสายและช่วงบ่ายจะช่วยเพิ่มมิติให้ภาพดูสวยงาม
-
ระเบียงชั้นสองวิวแม่น้ำโขง: จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและทิวเขาฝั่ง สปป.ลาว ได้อย่างชัดเจน เป็นมุมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและคลาสสิกสุดๆ
-
บันไดไม้โบราณกลางอาคาร: บันไดไม้เนื้อแข็งที่ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นสองเป็นอีกหนึ่งมุมซิกเนเจอร์ที่แสดงถึงความประณีตของช่างไม้ในอดีต
ข้อมูลการเข้าชมและการวางแผนเดินทาง
เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่น ขอแนะนำข้อมูลที่อัปเดตสำหรับการเตรียมตัวเข้าชมครับ:
-
ที่ตั้ง: ถนนสุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม (ตั้งอยู่ตรงข้ามกับลานพญาศรีสัตตนาคราช บริเวณริมแม่น้ำโขง)
-
วันและเวลาทำการ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 น. – 16:30 น.
-
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี (มีตู้รับบริจาคเพื่อสนับสนุนค่าบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์ตามกำลังศรัทธา)
-
การแต่งกาย: เนื่องจากภายในมีห้องประทับแรมของพระมหากษัตริย์ ขอความร่วมมือผู้เข้าชมแต่งกายสุภาพ (งดกางเกงขาสั้นเหนือเข่า เสื้อสายเดี่ยว หรือเสื้อผ้าที่เปิดเผยร่างกายมากเกินไป) ก่อนขึ้นชั้นสองอาจต้องถอดรองเท้าเพื่อรักษาพื้นไม้โบราณ
?️ ไอเดียการเดินเที่ยวเชื่อมโยง (Walking Route) เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตร คุณสามารถจอดรถไว้บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช แล้วเริ่มต้นเดินเท้าตามเส้นทางนี้ได้เลย:
-
สักการะ ลานพญาศรีสัตตนาคราช
-
เดินเลียบโขงขึ้นไปทางทิศเหนือ แวะถ่ายรูปที่ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์
-
ขับรถไปตามถนนสุนทรวิจิตรชม พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า)
-
ปิดท้ายด้วยการชมสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ โบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง
[my_related]
บทสรุปจาก nkpguide.com
พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงตึกโบราณที่ถูกแช่แข็งไว้ในอดีต แต่มันคือ “ผู้เล่าเรื่อง” (Storyteller) ชั้นเยี่ยมที่บอกเล่าวิวัฒนาการของเมืองนครพนมได้อย่างมีชีวิตชีวา การเดินเข้ามาในอาคารหลังนี้ เปรียบเสมือนการเปิดหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ที่คุณสามารถมองเห็น สัมผัส และซึมซับความรู้สึกในอดีตได้อย่างแท้จริง
หากคุณเป็นนักเดินทางที่หลงใหลในสถาปัตยกรรม ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น หรือเพียงแค่อยากหาสถานที่สงบๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าริมโขง การมาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่คุ้มค่า และเติมเต็มทริปนครพนมของคุณให้สมบูรณ์แบบที่สุดครับ