วันเดียวก็มูได้! ทริปด่วน เที่ยวลาว นครพนม-สะหวันนะเขต ไหว้ขอพร “พระธาตุอิงฮัง” พระธาตุคู่แฝดพระธาตุพนม
ใครว่าการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศต้องใช้เวลาเตรียมตัวหลายวันและต้องลางานยาวๆ เสมอไป?
สำหรับใครที่มาเยือนจังหวัดนครพนม ไหว้พระธาตุพนมจนอิ่มบุญแล้ว และกำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางข้ามพรมแดนแบบสั้นๆ ง่ายๆ แต่งบสบายกระเป๋า วันนี้ทีมงาน NKPGUIDE.com จะพาทุกท่านบิดมอเตอร์ไซค์ข้ามแม่น้ำโขง ไปเปิดประสบการณ์ “ทริปสายมูด่วน 1 Day Trip” มุ่งหน้าสู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
เป้าหมายหลักของเราในวันนี้คือการไปกราบสักการะ “พระธาตุอิงฮัง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสะหวันนะเขต ที่มีหน้าประวัติศาสตร์เชื่อมโยงและผูกพันกับองค์พระธาตุพนมบ้านเราอย่างน่าอัศจรรย์ เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม แล้วตามผมมาลุยกันเลยครับ!
จุดเริ่มต้นเส้นทาง: จากนครพนม สู่ประตูด่านพรมแดนมุกดาหาร
การเดินทางของเราเริ่มต้นขึ้นที่จังหวัดนครพนมครับ โดยเราจะขับรถมุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้สู่จังหวัดมุกดาหาร (ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 1.5 ชั่วโมง) เส้นทางนี้ขับง่ายและวิวสวยงาม เพราะคุณจะได้ขับผ่านอำเภอธาตุพนมด้วย
เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองมุกดาหาร ให้ขับตามป้ายบอกทางมุ่งหน้าไปยัง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ทางเข้าด่านจะเป็นลักษณะวงเวียนขนาดใหญ่ ภายในบริเวณด่านมีจุดรับฝากรถและลานจอดรถที่กว้างขวางและปลอดภัยจัดเตรียมไว้ให้ จอดรถทิ้งไว้ฝั่งไทยได้เลยครับ ไม่ต้องเอารถยนต์ส่วนตัวข้ามไปให้ยุ่งยากเรื่องเอกสาร

คู่มือข้ามแดนและสรุปค่าใช้จ่ายที่ด่าน (Trustworthiness)
เมื่อจอดรถเรียบร้อย ให้เดินเข้ามายังอาคารผู้โดยสารขาออกเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ ซึ่งผมสรุปค่าใช้จ่ายหน้าด่านมาให้แบบโปร่งใสที่สุดครับ:
-
ซื้อตั๋วรถโดยสารข้ามสะพาน (International Bus): บูธจำหน่ายตั๋วจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ราคาตั๋วคนละ 50 บาท (เป็นรถบัสปรับอากาศวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพ)
-
เอกสารผ่านแดนฝั่งไทย: ใช้ Passport (หนังสือเดินทาง) ยื่นให้เจ้าหน้าที่ ตม. ประทับตราขาออกได้เลย (แต่หากใครไม่มี Passport สามารถติดต่อทำ “บัตรผ่านแดนชั่วคราว หรือ Border Pass” ได้ที่ศูนย์บริการใกล้ๆ จุดจอดรถครับ)
-
กระบวนการฝั่ง สปป.ลาว (ด่านสะหวันนะเขต): เมื่อรถบัสพาข้ามแม่น้ำโขงมาถึงด่านฝั่งลาว จะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระดังนี้:
-
ค่าธรรมเนียมประทับตราพาสปอร์ตขาเข้า: 100 บาท
-
ค่าธรรมเนียมพำนักระยะสั้น (กรณีไป-กลับวันเดียว / 1 Day Trip): 100 บาท
-
? ทริกเรื่องอินเทอร์เน็ต (Experience): เพื่อความสะดวกในการดูแผนที่ GPS และอัปเดตโซเชียล แนะนำให้ซื้อ “ซิมลาว” ที่หน้าด่านเลยครับ ราคาประมาณ 180 บาท (ได้อินเทอร์เน็ตพร้อมใช้งาน และซิมมีอายุถึง 2 เดือน) ซึ่งสัญญาณเสถียรและคุ้มค่ากว่าการเปิดโรมมิ่งจากฝั่งไทยเยอะมากครับ
การเดินทางเข้าเมือง และพิกัดเช่ามอเตอร์ไซค์ (Expertise)
หลังจากผ่านด่าน ตม. ลาว เรียบร้อย ให้นั่งรถบัสคันเดิมต่อไปยังคิวรถโดยสาร (สถานีขนส่ง) ในตัวเมืองสะหวันนะเขต ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาที หรือหากใครมากันเป็นแก๊งและไม่อยากรอรอบรถบัส สามารถเหมาคิวรถตู้/รถสกายแล็ปหน้าด่านเข้าไปได้เลยในราคาประมาณ 200 บาทครับ
เช่ามอเตอร์ไซค์ตะลุยสะหวันนะเขต: เมื่อมาถึงคิวรถในตัวเมือง ผมแนะนำให้เรียกสามล้อเครื่อง (ค่าโดยสารประมาณ 100 บาท) ไปลงที่โรงแรม Pilgrim’s Kitchen & Inn ซึ่งที่นี่เป็นพิกัดลับที่มีบริการให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์สภาพดีสำหรับนักท่องเที่ยว
-
อัตราค่าเช่า: 300 บาท ต่อวัน
-
เงื่อนไขการเช่า: ต้องใช้พาสปอร์ตวางมัดจำไว้กับทางโรงแรม โดยเจ้าหน้าที่จะออกเอกสารหลักฐานการเช่ารถให้เราพกติดตัวไว้ เพื่อความสบายใจและใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่หากถูกเรียกตรวจครับ
⚠️ ข้อควรระวังในการขับขี่ (Safety Tip): สปป.ลาว ขับรถพวงมาลัยซ้ายและ “วิ่งเลนขวา” (สลับกับประเทศไทย) ดังนั้นตอนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากโรงแรม ต้องตั้งสติและเตือนตัวเองเสมอให้ชิดขวาไว้ครับ!

นมัสการ “พระธาตุอิงฮัง” ความศรัทธาแห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร
เมื่อได้รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้ว ก็ตั้ง GPS ขับออกจากตัวเมืองสะหวันนะเขตไปประมาณ 15 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ บ้านหลวงโพนสิม ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานเป้าหมายหลักของเราในวันนี้
ประวัติและความเชื่อที่ลึกซึ้ง (Authoritativeness)
พระธาตุอิงฮัง (ธาตุอิงฮัง) เป็นปูชนียสถานโบราณที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูร (ประมาณ พ.ศ. 400) ตัวเจดีย์มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูงตระหง่านถึง 25 เมตร โดดเด่นด้วยศิลปะการปั้นปูนลวดลายดอกบัวและภาพนูนต่ำที่วิจิตรบรรจง
คำว่า “อิงฮัง” มีรากศัพท์มาจากคำว่า “พิงรัง” (พิงต้นรัง) ตามตำนานอุรังคธาตุเล่าสืบต่อกันมาว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยเสด็จมาพักแรมและประทับพิงร่มต้นรัง ณ สถานที่แห่งนี้
ความสำคัญสูงสุดที่ทำให้สายมูชาวไทยต้องข้ามโขงมาสักการะคือ ภายหลังได้มีการอัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกสันหลัง” มาประดิษฐานไว้ในองค์พระธาตุ ในขณะที่ “พระธาตุพนม” ฝั่งไทยนั้นประดิษฐาน “พระอุรังคธาตุ” (กระดูกส่วนหน้าอก) พระธาตุอิงฮังจึงเปรียบเสมือน “พระธาตุคู่แฝด” ของพระธาตุพนมอย่างแท้จริง การได้กราบสักการะพระธาตุทั้งสองฝั่งโขง ถือเป็นมหากุศลและสิริมงคลสูงสุดในชีวิตครับ

ระเบียบปฏิบัติและคู่มือการเข้าชม (Practical Guide)
-
ค่าเข้าชม: 5,200 กีบ (ตกประมาณ 20 บาทไทย)
-
เครื่องบูชา (Trick สำคัญ): แนะนำให้แวะซื้อ “เครื่องบูชา” (ลักษณะคล้ายพานบายศรีและกรวยดอกไม้) จากชาวบ้านที่ตั้งร้านขายอยู่บริเวณสองข้างทางก่อนถึงหน้าวัดครับ เพราะภายในพื้นที่วัดจะไม่มีจำหน่าย มีให้บริการเพียงธูปและเทียนเท่านั้น
-
การแต่งกาย (กฎเหล็ก): ศาสนสถานในลาวมีความเคร่งครัดเรื่องการแต่งกายมาก สุภาพสตรีต้องนุ่ง “ผ้าซิ่น” (ผ้าถุง) เท่านั้นจึงจะสามารถเดินเข้าไปภายในลานระเบียงคดรอบองค์พระธาตุได้ หากใครใส่กางเกงหรือกระโปรงสั้นมา ไม่ต้องกังวลครับ ทางวัดมีบริการให้เช่าผ้าถุงสำหรับสวมทับบริเวณหน้าประตูทางเข้า

5. สรุปค่าใช้จ่ายทริป และการเดินทางกลับ
หลังจากอิ่มบุญและถ่ายรูปเก็บความประทับใจจนเต็มอิ่ม ก็ได้เวลาแว้นมอเตอร์ไซค์กลับเข้าเมือง นำรถไปคืนที่โรงแรม Pilgrim’s Kitchen & Inn และนั่งสามล้อกลับมาที่คิวรถโดยสารเพื่อซื้อตั๋วกลับไทย
-
ค่าตั๋วรถบัสกลับด่าน: 40,000 กีบ (ประมาณ 60 บาท)
-
ค่าธรรมเนียมประทับตราขาออก (ฝั่งลาว): 100 บาท
? สรุปงบประมาณสุทธิ: ทริปต่างประเทศ 1 วันทริปนี้ ผมใช้เงินไปทั้งหมดเพียง ประมาณ 900 บาทเท่านั้น! (ยังไม่ถึงหนึ่งพันบาทเลยครับ) ซึ่งครอบคลุมทั้งค่ารถบัสข้ามแดน ค่าธรรมเนียม ตม. ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ ค่าน้ำมัน และค่าเข้าชมสถานที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการเดินทางที่คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับแบบสุดๆ
หากคุณมีโอกาสมาเยือนจังหวัดนครพนมหรือมุกดาหาร และกำลังมองหาทริปใกล้ๆ ที่ได้ทั้งความสนุกตื่นเต้นจากการขี่รถเที่ยวต่างประเทศ และได้เติมพลังใจ (แต้มบุญ) กลับมาแบบเต็มเปี่ยม “สะหวันนะเขต และ พระธาตุอิงฮัง” คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ!
เกี่ยวกับผู้เขียน (About the Author) บทความ คู่มือการเดินทางข้ามพรมแดน และรีวิวทั้งหมดภายในเว็บไซต์ nkpguide.com ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากประสบการณ์การเดินทางจริง โดยทีมงานผู้ก่อตั้งและเจ้าของช่อง YouTube : SoloMoto Trip – ขับไปเรื่อย (Original Content 100%) เรามุ่งมั่นถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยว การขับขี่มอเตอร์ไซค์ และการข้ามแดนด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อเป็นคู่มือที่ถูกต้อง ทันสมัย และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่เพื่อนนักเดินทางทุกท่าน